สงครามระหว่างปลวกกับมดแห่งสารขันธ์


เนินดินแห่งสารขันธ์มีต้นไม้ใหญ่ ใบดก ครึ้ม ให้ความร่มรื่นแก่สรรพสัตว์ที่อยู่อาศัยได้แก่ สัตว์สี่เท้าสองเท้า ปลวก มดและแมลงนานาพันธุ์ สัตว์ทุกประเภทมีวิถีชีวิตตามธรรมชาติของมัน ปลวกสร้างจอมปลวก พวกมันกินเนื้อไม้เนื้อดินที่มันอยู่อาศัย มันกัดกร่อนกรวดหินดินทรายเพื่อทำรังและปราสาทปลวกใหญ่โต ขยายวงกว้าง ส่วนเหล่ามดก็ทำรังแต่พอตัวไม่ยิ่งใหญ่ อยู่บนต้นไม้บ้างหรือใต้ดินบ้าง บางกลุ่มก็สร้างรังใต้ดินจนกลาเป็นเครือข่ายโยงใยไปทั่วเนินดิน ใต้ต้นไม้ใหญ่มีอายุหลายพันปี ต้นไม้เหล่านี้ได้ทำความร่มรื่นและให้ร่มเงาแก่สรรพสัตว์สืบเนื่องมายาวนาน

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ พวกปลวกเริ่มแสวงอำนาจพยายามลุกล้ำอาณาเขตพื้นที่ของมด ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มานานแสนนาน ฝูงปลวกและบริวารไชชอนดินและพยายามทำลายรากแก้ว ที่พยุงต้นไม้ใหญ่ที่เป็นแหล่งพักพังของมด พญาปลวกและบริวารกระทำทุกวิธีทางที่จะโค่นต้นไม้ใหญ่ให้ได้เพราะพวกมันมองเห็นอาหารอันโอชะคือเนื้อไม้ของลำต้น กิ่ง ก้านและใบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากต้นไม้ตายกลายเป็นซากหรือขอนไม้ขนาดใหญ่ พวกมันก็หวังจะได้ครอบครองกินเนื้อไม้ ขยายอาณาเขตแดนปลวกให้ไพศาล

เมื่อเห็นการรุกรานขอปลวกที่มีเป้าหมายล้มล้างต้นไม้แห่งชีวิตของตน ฝูงมดไม่ยอมจึงประดาหน้าออกมาต่อต้าน บรรดาพ่อมด แม่มด และบริวารมด ซึ่งห่วงใยบ้านเมือง ก็กรูออกมาประท้วง และขัดขวางสร้างกลุ่ม”พันธมด” ขึ้น พวกมดเขียวซึ่งทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรมดจำนวนไม่น้อยสวมผิวเป็นมดเขียว แต่เนื้อในกลายร่างเป็นปลวกไปก็ไม่น้อย

ฝ่ายปลวกก็ตั้งกองทัพ “เพื่อปลวก” สามารถรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จ ไม่นานก็เกิดวิกฤติ เมื่อ “พญาปลวก” ไชชอนผืนแผ่นดิน ที่เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของสรรพสัตว์ ทำให้มดที่หวงแหนต้นไม้และแผ่นดิน อดรนทนไม่ได้ จึงลุกฮือต่อต้าน เกิดการต่อสู้กันขึ้น กลายเป็นสงครามสู้รบกัน ระหว่างปลวกกับมดอย่างต่อเนื่องกันมาหลายปี เหตุเพราะพญาปลวกและบริวารปลวก ได้กัดกร่อนกินรากแก้วและแผ่นเนินดินจนเกิดจอมปลวกผุดขึ้นไปทั่ว รากต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างถูกปลวกกัดจนผุกร่อน จนบ้านเมืองจะพังทลาย พญามดเขียวตัวหนึ่งพร้อมบริวารมดสีเขียวซึ่งมีอำนาจมากว่า ก็ออกมาขับไล่ฝูงปลวกจนทำให้พญาปลวก หลบหนีออกไปนอกเนินสารขันธ์

หลังจากพญามดเขียวยึดอำนาจ การต่อสู้ก็สิ้นสุดลง พวกปลวกมุดหัวลงดิน พวกมดก็ลืมตาอ้าปากได้บ้าง เมื่อพญามดเขียวออกมายึดแผ่นดิน ทำให้ทั้งปลวกและมด สงบศึกได้พักหนึ่ง แต่พวกมดสีอื่นก็ผิดหวัง เมื่อพญามดเขียวมอบอำนาจให้ อัครมดเขียวตัวหนึ่งขึ้นครองอำนาจเป็นหัวหน้ามดแทน พี่มดตัวนี้เชื่องช้าไร้ความสามารถจึงไม่ได้กำจัดปลวกให้หมดสิ้นแต่กลับสร้างความชื้นให้ปลวกขยายพันธุ์ได้รวดรวดเร็ว อย่างคาดไม่ถึง ไม่นานเนินสารขันธ์ก็ถูกพวกปลวกรวบอำนาจและครอบครองเนินดินเบ็ดเสร็จอีกครั้งหนึ่ง ยังความไม่พอใจให้พวกมดและสัตว์อื่นเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้เกิดกระแสความปรองดองและการแก้กฎเนินสารขันธ์ เพื่อให้พญาปลวกซึ่งถูกพญามดเขียวขับไล่ สามารถกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของพวกปลวกได้

โดยธรรมชาติปลวกกับมดแตกต่างกัน ปลวกจะไชชอนกัดกินเนื้อไม้ ลังกระดาษและสรรพสิ่งที่มันอยู่อาศัย ส่วนมดจะหากินนอกรังของมัน สัตว์สองประเภทนี้จึงแตกต่างกัน หากฝ่ายหนึ่งกินบ้านกินเมือง อีกฝ่ายคงไม่ยอม มองหาความปรองดองระหว่างมดกับปลวกคงเป็นไปได้ยาก ยกเว้นมดจะกลายพันธุ์เป็นปลวกไปเสียเอง เหมือนพญามดเขียวที่ยึดอำนาจไปเมื่อปี 2549 บัดนี้ก็กลายพันธ์เป็นพวกปลวกไปแล้ว พญามดเขียวตัวนี้ ภายหลังในปี 2555 ก็ถูกวิญญาณพญาปลวกสิงสู่ เกลี้ยกล่อม จนกลายร่าง เปลียนวิญญาณเป็นพวกปลวกไป อย่างอดสูใจยิ่ง

อนิจจา เนินดินแห่งสารขันธ์ มีกรรมอะไรจึงทำให้ปลวกสามารถแพร่พันธุ์ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วเช่นนี้

หากประเทศไทย เป็นเนินดินสารขันธ์ มีนักการเมืองปลวกกินบ้านโกงเมืองคงสิ้นหวัง รูปร่างประเทศไทยก็คงกลายเป็นจอมปลวกขนาดใหญ่ จะยังเหลือนักการเมืองมดที่จะคอยคานพลัง “ธนาธิปไตย” ของนักการเมืองอยู่บ้างหรือไม่ ประชาชนไทยที่ห่วงใยบ้านเมือง จะไม่พยายามช่วยกันกำจัดนักการเมืองปลวกให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทยเลย หรือ
อย่างไร?

ที่มา : ศาสตราจารย์ ดร.ชัยงค์ พรหมวงศ์ http://qa.msu.ac.th/msu_blog/?p=6083















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น